💰 ภาษี & ลดหย่อน
พนักงานออฟฟิศนั่งดูสลิปเงินเดือนกับเครื่องคิดเลขบนโต๊ะทำงาน ในออฟฟิศโทนสีสว่าง, กราฟิกแบรนด์ WealthBanks พร้อมหัวข้อโบนัสและภาษี

โบนัส คิดยังไง หักภาษี ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์

โบนัสไม่มีอัตราภาษีตายตัว นายจ้างหักภาษี ณ ที่จ่ายจากส่วนต่างภาษีทั้งปี ก่อนและหลังรวมโบนัส ดูวิธีคิด 5 ขั้นตามกรมสรรพากร พร้อมตัวอย่างคำนวณ

โบนัสไม่มี “อัตราภาษีโบนัส” แยก โบนัสเป็นเงินได้จากการจ้างแรงงานตามมาตรา 40(1) แบบเดียวกับเงินเดือน จึงรวมคิดภาษีทั้งปีด้วยอัตราก้าวหน้าเดิม เดือนที่จ่ายโบนัส นายจ้างหักภาษี ณ ที่จ่ายจาก ภาษีทั้งปีของ (เงินเดือน × 12 + โบนัส) ลบ ภาษีทั้งปีของ (เงินเดือน × 12) ส่วนต่างนี้คือภาษีของโบนัส

(ค่าลดหย่อนที่ใช้ได้ตอนยื่นภาษี: ลดหย่อนภาษี 2569 สรุปครบทุกรายการ | ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี 2569 | กองทุนลดหย่อนภาษี RMF Thai ESG)


โบนัสคิดยังไง: ยอดเงินมาจากนโยบายบริษัท

ยอดโบนัสกำหนดโดยบริษัท ไม่ใช่โดยกฎหมายภาษี รูปแบบที่พบบ่อยคือคิดเป็นจำนวนเดือนของเงินเดือน

รูปแบบ วิธีคิด ตัวอย่างสมมติ (เงินเดือน 30,000 บาท)
โบนัสเป็นจำนวนเดือน เงินเดือน × จำนวนเดือน 2 เดือน = 60,000 บาท
โบนัสครึ่งเดือน เงินเดือน × 0.5 0.5 เดือน = 15,000 บาท
ทำงานไม่เต็มปี (บางบริษัท) โบนัสเต็มปี × เดือนที่ทำงาน ÷ 12 ทำงาน 6 เดือน โบนัส 2 เดือน = 30,000 บาท

ทุกตัวเลขในตารางเป็นตัวอย่างสมมติ ขึ้นกับนโยบายบริษัท ดูเงื่อนไขจริงจากสัญญาจ้างหรือระเบียบบริษัท


หักภาษี ณ ที่จ่ายยังไง: 5 ขั้นตามกรมสรรพากร

ประมวลรัษฎากรมาตรา 50(1) ให้ผู้จ่ายเงินได้ตามมาตรา 40(1) หักภาษีไว้ทุกครั้งที่จ่าย ส่วนวิธีคิดของโบนัสอยู่ในคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 96/2543 ข้อ 1(5) ซึ่งยกเงินโบนัสเป็นตัวอย่างของ “เงินพิเศษเป็นครั้งคราว”

  1. เงินเดือนทั้งปี: เงินเดือน × 12 (คิดเสมือนจ่ายครบทั้งปี) ถ้าเริ่มงานกลางปี คูณด้วยจำนวนครั้งที่จะได้รับจริงในปีนั้น เช่น เริ่มงาน 1 เมษายน = × 9 (ป. 96/2543 ข้อ 1(1))
  2. บวกโบนัส: โบนัส × จำนวนครั้งที่จ่ายต่อปี โบนัสปีละครั้ง = × 1 (ตัวอย่างในคำสั่งเดียวกันใช้ “เงินโบนัส = 90,000 X 1”) ไม่ใช่ × 12 ตัวอย่างในคำสั่งใช้ค่าใช้จ่ายอัตราเก่า (40% ไม่เกิน 60,000 บาท) ปัจจุบันคือ 50% ไม่เกิน 100,000 บาท
  3. คิดภาษีทั้งปีของ (เงินเดือน + โบนัส): หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนที่ลูกจ้างแจ้งนายจ้างไว้ในแบบ ล.ย.01 แล้วคิดตามอัตราก้าวหน้า
  4. ลบภาษีทั้งปีของเงินเดือนอย่างเดียว (ภาษีก่อนมีโบนัส)
  5. ผลต่าง = ภาษีหัก ณ ที่จ่ายของโบนัส นายจ้างนำไปรวมกับภาษีที่หักจากเงินเดือนปกติของเดือนนั้น

ทำไมไม่มีเปอร์เซ็นต์ตายตัว: ภาษีของโบนัสคือภาษีส่วนที่เพิ่มขึ้นเมื่อรายได้ทั้งปีสูงขึ้น จึงขึ้นกับว่ารายได้ทั้งปีของแต่ละคนอยู่ขั้นภาษีไหน คนเงินเดือนต่างกัน ได้โบนัสเท่ากัน อาจถูกหักไม่เท่ากัน

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (เงินได้สุทธิทั้งปี)

เงินได้สุทธิ (บาท) อัตรา
0 - 150,000 ยกเว้น
150,001 - 300,000 5%
300,001 - 500,000 10%
500,001 - 750,000 15%
750,001 - 1,000,000 20%
1,000,001 - 2,000,000 25%
2,000,001 - 5,000,000 30%
5,000,001 ขึ้นไป 35%

ที่มา: กรมสรรพากร อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2560 เป็นต้นไป


ตัวอย่างคำนวณ

ตัวอย่างนี้ใช้ค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนตามคำแนะนำการกรอกแบบ ภ.ง.ด.90 ปีภาษี 2568 ซึ่งเป็นฉบับล่าสุดที่กรมสรรพากรประกาศ ณ วันที่เขียน:

  • ค่าใช้จ่าย: 50% ของเงินได้ ไม่เกิน 100,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนส่วนตัว: 60,000 บาท
  • สมมติไม่มีค่าลดหย่อนอื่น (ยังไม่รวมเงินสมทบประกันสังคม ประกัน กองทุน ฯลฯ ถ้ามี ภาษีจะต่ำลงหรือเท่าเดิม)

ตัวอย่างที่ 1: เงินเดือน 30,000 บาท โบนัส 2 เดือน (60,000 บาท)

รายการ เงินเดือนอย่างเดียว เงินเดือน + โบนัส
เงินได้ทั้งปี 360,000 420,000
หักค่าใช้จ่าย (50% ไม่เกิน 100,000) 100,000 100,000
หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 60,000
เงินได้สุทธิ 200,000 260,000
ภาษีทั้งปี 2,500 5,500

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายของโบนัส = 5,500 - 2,500 = 3,000 บาท (5% ของโบนัส) เดือนที่จ่ายโบนัส จะถูกหัก 3,000 บาท บวกภาษีจากเงินเดือนปกติเดือนนั้น (2,500 ÷ 12 ≈ 208 บาท) รวมราว 3,208 บาท

ตัวอย่างที่ 2: เงินเดือน 60,000 บาท โบนัส 3 เดือน (180,000 บาท)

รายการ เงินเดือนอย่างเดียว เงินเดือน + โบนัส
เงินได้ทั้งปี 720,000 900,000
หักค่าใช้จ่าย (50% ไม่เกิน 100,000) 100,000 100,000
หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 60,000
เงินได้สุทธิ 560,000 740,000
ภาษีทั้งปี 36,500 63,500

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายของโบนัส = 63,500 - 36,500 = 27,000 บาท (15% ของโบนัส)

อ่านตัวอย่างยังไง: ทั้งสองกรณี โบนัสตกอยู่ในขั้นภาษีขั้นเดียว อัตราที่ถูกหักจึงเท่ากับอัตราของขั้นนั้น (5% และ 15%) ถ้าโบนัสทำให้รายได้ข้ามขั้น อัตราที่ถูกหักจะเป็นอัตราผสมของสองขั้น

ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายวิธีคิด ยอดจริงขึ้นกับเงินได้และค่าลดหย่อนของแต่ละคน


ภาษีที่ถูกหักไว้ คือยอดเบื้องต้น

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นการหักไว้ก่อนระหว่างปี ยังไม่ใช่ภาษีที่ต้องเสียจริง

  • ตอนยื่นแบบประจำปี: ภาษีจริงคำนวณจากเงินได้ทั้งปี หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนที่มีจริง แล้วนำภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้ทั้งปี (ตามหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย) มาเครดิต
  • เดือนธันวาคม: คำสั่ง ป. 96/2543 ข้อ 2 ให้นายจ้างมีสิทธิคำนวณภาษีที่หักในเดือนธันวาคม เพื่อให้ยอดที่หักรวมทั้งปีเท่ากับภาษีทั้งปีของลูกจ้าง ยอดที่หักเดือนธันวาคมจึงอาจไม่เท่ากับเดือนอื่น
  • ค่าลดหย่อนที่ใช้ได้ตอนยื่นภาษี เช่น ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ กองทุน RMF Thai ESG ดูวงเงินและเงื่อนไขได้ที่ ลดหย่อนภาษี 2569

คำถามที่พบบ่อย

Q: โบนัสหักภาษี ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์?

A: ไม่มีอัตราตายตัว นายจ้างคิดภาษีทั้งปีของเงินเดือนรวมโบนัส ลบภาษีทั้งปีของเงินเดือนอย่างเดียว ส่วนต่างคือภาษีที่หักจากโบนัส อัตราที่ถูกหักจะใกล้กับอัตราภาษีขั้นที่โบนัสไปตกอยู่ ขึ้นกับรายได้ทั้งปีของแต่ละคน

Q: โบนัสคูณ 12 ตอนคิดภาษีไหม?

A: ไม่ โบนัสปีละครั้งคิดเป็น 1 ครั้งต่อปี ตัวอย่างในคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 96/2543 ใช้ “เงินโบนัส = 90,000 X 1” ที่คูณ 12 คือเงินเดือนที่จ่ายทุกเดือน

Q: โบนัส 0.5 เดือน คิดยังไง?

A: ยอดโบนัส = เงินเดือน × 0.5 เช่น เงินเดือน 30,000 บาท ได้ 15,000 บาท (ตัวอย่างสมมติ ขึ้นกับนโยบายบริษัท) ภาษีคิดวิธีเดียวกับโบนัสทุกยอด

Q: ทำงานไม่เต็มปี โบนัสคิดยังไง?

A: ขึ้นกับนโยบายบริษัท หลายบริษัทคิดตามสัดส่วนเดือนที่ทำงาน ดูจากสัญญาจ้างหรือระเบียบบริษัท

Q: ภาษีที่ถูกหักจากโบนัส คือภาษีที่ต้องเสียจริงไหม?

A: ยังไม่ใช่ เป็นการหักไว้ก่อน ภาษีจริงคำนวณตอนยื่นแบบประจำปี โดยนำค่าลดหย่อนที่มีจริงมาหัก และนำภาษีที่ถูกหักไว้ทั้งปีมาเครดิต


ข้อมูล ณ พฤศจิกายน 2569 · ค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนตามแบบ ภ.ง.ด.90 ปีภาษี 2568 (ฉบับล่าสุดที่ประกาศ) ตรวจซ้ำเมื่อกรมสรรพากรประกาศแบบปีภาษี 2569

อ่านต่อ

เมื่อกดยอมรับ เราใช้คุกกี้ Google Analytics นับสถิติการใช้งาน ข้อมูลอาจถูกประมวลผลที่ต่างประเทศ

อ่านนโยบาย